![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
ฟ้าสางที่นาแก
|
เพลงจากธรรมชาติ ผ่านขุนเขาลำเนาไพร ไม่ว่าจะเป็นค่ำคืนหรือกลางวัน ธรรมชาติไม่หยุดที่จะขับขานเสียงแห่งเสรีภาพ.......... วัดป่านาแกในคืนอันเงียบสงบ เสียงจักจั่นหวีดเสียงร้องทั่วผืน ป่าที่หนาทึบ เสียงลมพัดกระทบใบไม้เป็นระรอก ดังซ่า......ตามแรงลม ที่พัดผ่าน เหล่าภิกษุในวัดป่าผู้เดินตามสายทางอริยเจ้า ยังคงตื่นขึ้น ปรารภความเพียรตั้งแต่ยามสาม คั่งเช่นปกติ สัมผัสกับบรรยากาศยาม ดึกสงัดคืนที่สายลมแห่งฤดูกาลพัดผ่าน ดวงดาวเปล่งแสงระยิบระยับ ทั่วท้องฟ้าเมื่อแหงนหน้ามองลอดช่องว่างของต้นไม้ขึ้นไป.... หมู่ภิกษุผู้เพียรเพ่งต่อสู้กับตัณหาความทะยานอยาก นั่งสงบแบบอย่าง สมณะ บ้างก็เดินจงกลมพอให้คลายจากความโงกง่วง เสียงธรรมอัน ประเสริฐดังขับกล่อมเบา ๆ เวลาก็ทำหน้าที่ของมันไป ไม่หยุดนิ่ง มนุษย์เลยได้ประโยชน์จากเวลาแตกต่างกันออกไป เพราะเวลาไม่ ่เคยที่จะหยุดรอผู้ใดผู้หนึ่ง หรือกลับไปที่ใดที่หนึ่งได้..... จวนจะสว่างดวงดาวเริ่มลาลับจากฟากฟ้า เสียงไก่เริ่มขัน เอ้ก อี เอ้ก เอ้ก! กึกก้องทั่วป่านาแก เป็นดั่งตัวบอกเวลาว่าแสงทอง แห่งพระอาทิตย์กำลังจะมา ปัจฉิมยามแห่งค่ำคืนอันสงบนิ่งจากเสียง ดนตรีทางโลก เสียงทำวัตรสวดมนต์ดังขึ้นจากการประสานเสียงของ หมู่ภิกษุ คล้ายดั่งบทเพลงของพระอริยะเจ้า ไก่นับร้อยนับพันยังคงทำ หน้าที่ขันบอกเวลาไม่เคยว่างเว้น ชวนสดับยิ่งนัก......เหล่านกนานาชนิด ต่างก็ส่งเสียงร้องเจื้อยแจ้วคงจะตื่นจากการหลับไหลในราตรี ทะยาน สู่ท้องฟ้าอย่างเสรี เสียงสวดมนต์ทำวัตรเงียบสงบ กับเวลาที่ฟ้าจวนจะสางบรรยากาศในป่านาแกยังคงโอบกอด ด้วยธรรมชาติที่วิจิตรไร้มายาหลอกลวง แสงทองเริ่มสาดส่องลอดโค้ง ขอบฟ้าลบเลือนความมืดมิดให้จางหายไป แสงสีทองในยามอรุโณทัย สวยงามน่าชม ยามเช้าตรู่ของทุกวัน ภาพภิกษุผู้ออกแล้วจากเรือน ภิกขาจารออกจากอารามป่ามุ่งสู่ คามนิคม เพื่อรับบิณฑบาตเป็นวัตร ปฏิบัติที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงกระทำให้พระภิกษุได้ดำเนินตาม รอยของพระองค์...................... แสงทองสีเหลืองเข้มกับดวงตะวันดวงกลมโตที่กำลังโผล่พ้น ขอบฟ้า กับภาพท้องทุ่งนาที่ข้าวกำลังชูรวงแลดูสุดลูกหูลูกตา สายลม หนาวพัดผ่านต้นข้าวโอนอ่อนตามกระแสลม คือธรรมชาติที่อ่อนโยน จิตใจของผู้ปฏิบัติก็คงเช่นดั่งรวงข้าวอ่อนโยนอยู่เสมอน้ำค้างวาววับ ประกายเมื่อถูกกระทบจากแสงอ่อน ๆ จากดวงตะวัน แต่ไม่ช้าคง เหือดแห้งไปตามกาลเวลา เหล่าภิกษุเดินเป็นแถวริมขอบถนน ด้วย ความสงบในอิริยาบถของภิกษุผู้ฝึกตน บางรูปสนทนาธรรมกันไป เสริมสร้างศรัทธาให้มั่นคง สังคมในปัจจุบันวุ่นวายและสับสน ก็อดที่จะพูดถึงไม่ได้เป็นการสนทนาธรรมะนอกรอบไป กว่าจะถึงที่ ริมหมู่บ้านธรรมะก็เต็มในบาตรพอดี ......ธรรมชาติสงบนิ่ง แต่ใจคนกลับเร่าร้อนจะมีใครสักคนที่ต้อง การและเข้าใจถึงความสุขที่แท้จริงได้ การได้มาซึ่งทุกอย่างบนพื้นฐาน ที่ไม่รู้จักคำว่าพอ ใช่จะประสบความสุขในชีวิตอาจจะปรนเปรอได้เพียง กายแต่จิตใจกลับทนทุกข์ การรู้จักพอประมาณ ทางนี้คือทางแห่ง ความสุขที่แท้จริง...เมื่อเสร็จสิ้นกิจจากการบิณฑบาต เหล่าภิกษุบ่าย หน้ามุ่งสู่อารามที่อาศัยบนเส้นทางสายเดิม ที่ต่างไปจากช่วงรุ่งสาง ผู้คนขวักไขว่ ขวนขวายทำหน้าที่ของตน ตามถนนเลยมีแต่รถราวิ่งว่อน ไปมาบรรยากาศเมื่อช่วงเช้าเลยลบเลือนหายไป แต่ธรรมชาติก็ยังคงเป็น ธรรมชาติอยู่วันยันค่ำ เป็นที่พึ่งทางจิตใจให้หลายคนเมื่อสัมผัสด้วยใจ |
| ...กลับถึงป่านาแก ไก่จำนวนมากต่างคุ้ยเขี่ยหากินตามประสา เป็นภาพที่ เห็นจนชินตา แม่ไก่ทำหน้าที่ของแม่สุดชีวิต สองเท้าเขี่ยหาอาหารให้ ลูกนับสิบที่ยืนรอลุ้นอยู่ข้าง ๆ บ้างก็ไล่จิกกันตามธรรมชาติของการยื้อ แย่ง ที่มีได้ทั้งคนและสัตว์แตกต่างที่สิ่งที่แย่งกัน แต่ธรรมะทำให้คนต่าง จากสัตว์ คนเราหากไม่มีธรรมในจิตใจ ก็คงไม่ต่างอะไรจากสัตว์ ชีวิตที่แตกต่างสุขทุกข์ที่ได้มาเลยไม่เท่าเทียมกันตะวันยังคงทำหน้าที่ให้ แสงสว่างต่อทุกสรรพสิ่งแม้บางคนไม่ต้องการเพราะไม่เคยเห็นแสงตะวัน เลยทั้งชาติ แต่ตะวันก็ทำหน้าที่อยู่อย่างนั้น ชั่วนาตาปี ชาวนา ชาวไร่ คนจน คนรวย นักบวชอย่างเราก็ไม่บกพร่องต่อหน้าที่ ทุกคนทำ หน้าที่ ที่ไม่เบียดเบียนกันสันติสุขและสันติภาพ คงมีในโลกความสงบจึงเป็นสิ่ง ที่ทุกคนต้องการในยามนี้ ความสงบทางกายและความสงบทางจิตใจ... เจ้านกเสรี ยังคงโบยบินบนฟากฟ้าดูช่างมีความสุขเพราะไม่มี พันธนาการใด ๆ แม้วิหกพลัดถิ่นมา แต่ป่าอันกว้างใหญ่ก็เปรียบเสมือนบ้านของเจ้า.... ....กิจวัตรที่ภิกษุในป่านาแก ยังคงเป็นหน้าที่อันสำคัญ ทั้งต่อตนเองและผู้อื่น ยืนหยัดคงทนเพื่อพระศาสนา ตามเส้นทางสู่ความพ้นทุกข์กับฐานที่มั่นนามว่า " วัดป่านาแก" ป่าที่อยู่อาศัยของพระสงฆ์ผู้ดำรงพระศาสนา................. |
|
วัดป่านาแก WATPANAGA บ้านนาแก ตำบลนาแก อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร
Webmaster : Phrapa E-mail : sitdongyang19@hotmail.com
เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นบัจจุบัน กรุณากด Refresh หรือ F5 ทุกครั้งที่เข้าชม