ชีวิตคือการเดินทาง  แต่การเดินทางของชีวิตผิดแปลกแตกต่างจากการเดินทางของทุกสิ่ง เพราะร่างกายคือยานพาหนะ  จิตวิญญาณคือสิ่งที่ควบคุมพาไป   ชีวิตหนึ่งชีวิต ตัวเรา ตัวเขา รวมกันหลายชีวิตในโลกนี้   ต่างก็พานพบกับเรื่องราวต่าง ๆ  มากมาย ที่เล่าขานบอกกับตัวเอง การบันทึกเรื่องราวชีวิต  ไม่อาจขีดเขียนลงในหน้ากระดาษได้หมด เพราะบางเรื่องบางความรู้สึก
ไม่อาจเขียนออกมาเป็นตัวหนังสือได้  แม้แต่การพูดบางครั้งก็ไม่สามารถสรรหาคำพูดมาบรรยาย
ได้ เท่าสิ่งที่มีในความรู้สึก    การบันทึกเรื่องราวของชีวิตลงในกล่องความทรงจำ เป็นการบันทึก
ที่ยาวนาน   เพราะบางเรื่องยากที่จะลืมเลือนได้ หากวันนี้เราลองหยุดและย้อนมองกลับไปดู
ชีวิตที่ผ่านมา เปิดกล่องความทรงจำดู ก็จะพบกับความมหัศจรรย์ของชีวิตในช่วงเวลาที่ผ่านมา บางเรื่องผ่านไปแล้วเนิ่นนาน ทั้งที่จดจำได้เหมือนพึ่งผ่านไป และทั้งที่แลดูคล้ายกำลังจะลบเลือน
ไปจากความทรงจำ กับบางเรื่องที่กำลังผ่านพ้นไป แต่ดูคล้ายว่าผ่านมาแล้วแสนยาวนาน ทุกเรื่อง
ที่อยู่ในความทรงจำ  มีทั้งเรื่องที่อยากจำและไม่อยากจะจดจำ จิตใจไม่สามารถเลือกสิ่งที่อยากจำ
ไม่อยากจำได้ จึงมีบางสิ่งที่ไม่อยากจำแต่กลับเด่นชัดในความรู้สึกของเรา แต่พอทำได้ที่จะเลือก
คิดถึงแต่สิ่งด ีๆ เพื่อให้จิตใจชื่นบานและเป็นกำลังใจในการเดินทางต่อไปของชีวิต การคาดหวัง
ในเรื่องอนาคต   ก็เป็นไปได้ทั้งที่จะสมหวังและผิดหวังในเรื่องนั้น ๆ การทำใจและเข้าใจในชีวิต
จะทำให้มีความทุกข์น้อยในคราวที่ผิดหวัง และไม่ดีใจจนเกินไปในยามที่สมหวัง สิ่งที่ทำได้ดี
ที่สุด  คือการรับรู้อดีตและเข้าใจปัจจุบันเท่านั้น   เราต่างผ่านวันนี้มาจากเมื่อวาน วันนี้เคยเป็น
อนาคตของเมื่อวาน   พรุ่งนี้เป็นอนาคตของวันนี้ และวันนี้จะกลายเป็นอดีตของวันพรุ่งนี้
แต่ตอนนี้คือปัจจุบัน การเข้าใจสิ่งเหล่านี้คือการเข้าใจชีวิตจนสามารถวางแผนให้ชีวิตพัฒนา
ไปกว่าที่ผ่านมา เราทุกคนต้องการที่จะพบเจอแต่สิ่งดีๆ รู้จักกับคนที่ดี แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่คน
คนหนึ่งจะมีความสุขอยู่ตลอดเวลา   และไม่มีทางที่ความทุกข์จะอยู่กับใครซักคนตลอด  ชีวิตจึง
มีทั้งสุขและทุกข์ให้เราได้เรียนรู้  และเข้าใจความเป็นไปของชีวิตที่มีเราเป็นเจ้าของ...
          องค์ประกอบของชีวิตที่ทำให้เราเจอทั้งสุขและทุกข์ ส่วนหนึ่งเกิดจากปัจจัยภายนอก เพราะในโลกใบนี้ใช่มีเพียงเราเท่านั้น   แต่ยังมีผู้คนอีกมากมายที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับตัวเรา ทั้งที่ต้องการและไม่ต้องการ   บางคนเข้ามาทำให้ชีวิตเราพบเจอกับความสุข แต่บางคนกลับ
หยิบยื่นแต่ความทุกข์ให้กับเรา จะเป็นหนึ่งในร้อยหรือหนึ่งในล้านที่เขาเคยเกี่ยวข้องกับเรา เพราะเราเคยมีบุญคุณแก่เขา  และเขาเคยมีพระคุณต่อเรา คือการอนุเคราะห์สงเคราะห์กันในชาติ
ที่แล้ว   จนชาติปัจจุบันการหมุนเวียนของกรรมเก่าจึงทำให้ได้พบและอนุเคราะห์กันในชาตินี้ บางครั้งเราอาจจะแปลกใจว่าทำไมบางคนเรารู้สึกดีที่ได้รู้จักกับเขา แต่บางคนเพียงแค่เห็นหน้า
เรากลับไม่ชอบใจ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องแปลกหากมองตามหลักธรรมคำสอนที่พระพุทธองค์
ทรงตรัสสอนไว้  เพราะสังสารวัฏแห่งการเวียนว่ายตายเกิดนี้เราเคยทำกรรมร่วมกันมาก่อน ทั้งดีและไม่ด  ี ไม่ใช่เพียงแค่ที่ผ่านมา แต่ยังมีอีกในอนาคตที่เราจะต้องพบเจอใครอีกมากมาย ถ้าชีวิตเรายังดำรงอยู่ในโลกใบนี้...ผ่านมาแล้วก็ผ่านไปในหลาย ๆ คนแค่เพียงพบหน้ากันเท่านั้น
ไม่ได้พูดคุยแล้วก็จากกันไป กับบางคนที่ได้พบได้รู้จักได้ผูกพันมีความรู้สึกที่ดีต่อกัน แต่อย่างไร
ซักวันต้องจากกัน ทุกอย่างมีเริ่มต้นและสิ้นสุด ไม่มีสิ่งใดหรือใครที่จะอยู่กับเราได้ตลอดชีวิต แม้เราจะไม่อยากให้เขาจากไปก็ตาม คงจะมีแค่ความทรงจำดีๆที่จะอยู่กับเราได้นาน...
          สันติภาพเองเคยทบทวนดูชีวิตของตนเองอยู่บ่อยครั้ง ว่าทำไม เพราะอะไร ว่าชีวิตกว่าจะ
เดินทางมาถึงวันนี้   สิบกว่าปีที่แล้วยังเป็นแค่เด็กบ้านนอกตัวเล็ก ๆ อยู่กับท้องไร่ท้องนา ไม่ได้มีความคิดความฝันที่ยิ่งใหญ่อะไร   ไม่เคยคิดว่าจากวันนั้นถึงวันนี้จะได้พบเจอผู้คน
สิ่งต่างๆที่เข้ามาในชีวิต หลายครั้งหลายคราวมีทั้งสุขมีทั้งทุกข์ วันนี้ได้รู้จักกับคนที่ไม่เคยรู้จัก
มาก่อน  แต่ดีใจเพราะเขามีแต่ความปรารถนาดีให้กับเรา           เมื่อวานคนที่รู้จักผูกพันกันมานานมาบอกว่าพรุ่งนี้เราไม่รู้จักกันอีกแล้ว สิ่งที่ทำได้คือทำใจ
พรุ่งนี้ไม่รู้จะพบเจอใครอีก ไม่อาจรู้ได้เพราะเป็นอนาคต เหมือนกับไม่อาจเรียกวันเก่าๆกลับมาได้ คงเป็นบุญที่เราได้พบกับคนที่แสนดีหนึ่งคนและคงเป็นอกุศลกรรมเก่าส่งผลคนที่แสนดีจึงต้อง
จากเราไป ณ วันนี้เข้าใจชีวิตมากขึ้นแม้จะยังไม่ทุกเรื่อง แต่ก็พอที่จะนำพาชีวิตให้เป็นไปตามทาง
แห่งคุณธรรม  สู่ความทุกข์ที่น้อยลง แม้บางครั้งกิเลสจะเหิมเกริมบงการตัวเราอยู่ก็ตาม แต่คน
มีธรรมย่อมรับรู้และพยายามออกจากสิ่งที่ไม่ดี แม้จะเรียกว่าพยายามแต่ก็ดีกว่าไม่ทำอะไร....
เพราะชีวิตคือการเดินทาง การเดินทางย่อมยาวไกลเสมอ แต่ยิ่งยาวนานกว่านั้น คือการเดินทาง
ในวัฏสงสาร  วันนี้มีความสุข พรุ่งนี้อาจจะต้องพบเจอกับความทุกข์   ตอนนี้หัวเราะดีใจ แต่ต่อไปอาจจะต้องร้องไห้เสียใจ   วันนี้พบกัน พรุ่งนี้ไม่แน่คงต้องจากกัน  ชีวิตก็เป็นอย่างนี้ แล้วคุณหล่ะเข้าใจชีวิตหรือยัง   หรือยังคงเพลิดเพลินในชีวิตอยู่กำลังลุ่มหลงในยศฐาบันดาศักดิ์
ที่ได้มา  ทุกคนเป็นนักโทษประหาร ที่ถูกตัดสินตั้งแต่เกิด โดยไม่มีใครหนีคดีนี้ได้  และไม่อาจ
ยื่นอุธรณ์ต่อศาลใด ชีวิตที่ยังเหลืออยู่นี้ควรจะบริหารจัดการไปในทิศทางที่ชอบด้วยคุณธรรม คือการอาศัยพึ่งพาบุญกุศลในภพชาตินี้และภพต่อไป มากกว่าการใช้ชีวิตที่ไร้ค่าไปวัน ๆ เพราะสันติภาพคิดว่าชีวิตที่ขาดคุณธรรมคุณงามความดีคือชีวิตที่ไร้ความหมาย หรือ ไม่มีความหมาย
ของชีวิต  จงมองดูชีวิตให้ลึกซึ้งถ่องแท้  และทำความเข้าใจก่อนที่จะสายเกินไป
กว่าที่จะเข้าใจชีวิต..............

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

วัดป่านาแก WATPANAGA บ้านนาแก ตำบลนาแก อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร
Webmaster : Phrapa E-mail : sitdongyang19@hotmail.com
เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นบัจจุบัน กรุณากด Refresh หรือ F5 ทุกครั้งที่เข้าชม