เมื่อสังคมมีการเปลี่ยนแปลงและเปลี่ยนไปเข้าสู่ยุคที่คนเราหันหน้าเข้าหา
ความเจริญทางด้านวัตถุ    จนแทบจะหลงลืมเบ้าหลอมทางจิตใจคือพระศาสนา
จากแต่ก่อนที่คนเรากับวัดและพระสงฆ์            มีการเป็นอยู่แบบพึ่งพาอาศัยกัน  พระสงฆ์อาศัยญาติโยมทางร่างกายปัจจัยสี่  ญาติโยมก็อาศัยพระสงฆ์เป็นที่พึ่ง
ทางด้านจิตใจ  แต่เมื่อกาลเวลาเปลี่ยนไป ทุกสิ่งก็มีการเปลี่ยนแปลง   โดยเฉพาะ
คนเรา     ซึ่งมีการตอบสะนองความต้องการทางด้านร่างกายอย่างไม่มีที่สิ้นสุด  เชื่อว่านี่คือหนทางแห่งความสุข           แต่วัตถุนิยมก็ให้ความสุขได้แค่ทางกาย
เท่านั้น  แต่ในส่วนของจิตใจซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุด กลับไม่สามารถแสวงหาความ
สุขอย่างแท้จริงได้  จนสังคมทุกวันนี้เป็นสังคมที่กำลังป่วยไข้ แต่เป็นการป่วยไข้
ทางจิตใจ   ความเร่าร้อนของกิเลสตัณหา ความทะยานอยากที่ไม่รู้จักจบสิ้น
ยิ่งอยากยิ่งทุกข์  ยิ่งตอบสนองยิ่งเพิ่มความอยาก   หากจะมีซักคนที่หยุดและมอง
หาตัวยาที่จะมารักษาไข้ทางใจนี้ได้  หากเราเป็นคนหนึ่งที่กำลังแสวงหายาชนิดนี้
อยู่   พระพุทธศาสนา ช่วยเราได้ การเข้ามาค้นหาทดลองทดสอบหรือปฏิบัติตาม
หลักธรรมคำสอน เป็นการนำพาชีวิตเข้าสู่หนทางแห่งความสุข เป็นสุขที่ยั่งยืน เป็นสุขที่ไม่อิงอามิส เป็นสุขที่อยู่บนพื้นฐานของความสงบทางใจ แต่เมื่อคนเรา
ขาดศีลธรรม  ช่องว่างต่างๆในสังคมจึงเกิดขึ้น  ชนชั้นวรรณะ ถูกตีกรอบระหว่าง
คนรวยกับคนจน   คนรวยใช้เงินซื้อทุกสิ่งที่ตนเองต้องการ แต่ไม่สามารถซื้อ
คุณธรรมแม้เพียงเล็กน้อยให้กับตนเองได้ คนจนหาเช้ากินค่ำไปวันๆ เราต่างก็
ดิ้นรนเสาะแสวงวัตถุมาปรนเปรอความต้องการ คนมีธรรม กับคนที่ไร้ธรรม
อยู่กันคนละโลก คือโลกแห่งการยื้อแย่งกับโลกของการรู้จักพอ.......
           วันนี้เสียงกู่จากพระธรรม ยังคงดังกึกก้องบอกผู้คนให้ตื่นจากอวิชชา...
   .....ก่อกำเนิด แดนธรรม งามวิจิตร          แหล่งสถิต พุทธศาสน์ ปราชน์สีเหลือง
   ค้ำจุนโลก ผดุงธรรม งามรุ่งเรือง             เป็นดั่งเมือง แห่งสวรรค์ บนผืนดิน
   ร่วมส่งเสริม ให้พระธรรม นำชีวิต          ชี้ถูกผิด โทษภัย ในสังสาร
   ปฏิบัติธรรม นำจิต พิชิตมาร                  สุขสำราญ เพราะมีธรรม นำชีวี
   เข้ามาเถิด ผู้ใฝ่ธรรม ทุกแห่งหน             รวยหรือจน ขอให้เรา  อย่าแบ่งชั้น
   ต่างก็เกิด มาสุขทุกข์ คล้ายคล้ายกัน         ตกนรก ขึ้นสวรรค์ ใช่รวยจน.....

.....ร่วม สนับสนุนส่งเสริมพระพุทธศาสนา สรรสร้างคุณธรรม  โดย...วัดป่านาแก


ถิ่นเก่าชาวภูไท   ป่าใหญ่แห่งอุดมณ์    เที่ยวชมโบสถ์ ๑๐๐ ปี   ไก่ดีดงแคนใหญ่....

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 







  

 

 


 
 เสียงกู่จากนาแก           
  ...โดย...สันติภาพ...

เมืองโบราณ   ธารสองสาย   ไก่รสเด็ด    เมล็ดข้าวหอม....  
วัดป่านาแก WATPANAGA บ้านนาแก ตำบลนาแก อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร
Webmaster : Phrapa E-mail : sitdongyang19@hotmail.com
เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นบัจจุบัน กรุณากด Refresh หรือ F5 ทุกครั้งที่เข้าชม